แชร์เรื่องนี้
อย่าประมาทอันตรายของ “ภัยแล้ง”
เมื่อ 11/02/2568, 14:15 น.

หลังจากเผชิญอากาศร้อนอย่างหนักในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เข้าสู่เดือน พ.ค. ซึ่งตามปกติ ในหลายๆปีที่ผ่านมา อากาศจะเริ่มลดความร้อนแรงลงและจะเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการในช่วงหลัง “วันพืชมงคล” แต่สำหรับปีนี้ แม้ว่าจะเข้าสู่เดือน พ.ค.แล้ว แต่ความร้อนยังไม่มีทีท่าจะลดลง อุณหภูมิสูงสุดยังเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส และตามการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา “การเข้าสู่หน้าฝนปีนี้จะล่าออกไปเป็นช่วงปลายเดือน พ.ค.” แปลว่าเราจะต้องทนร้อนทนแล้งกันไปอีกเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ และที่น่าเป็นห่วงคือปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ซึ่งมีการสำรวจ ณ วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 41,458 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 54% ของความจุอ่าง (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 17,516 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 33%) ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2566 นอกจากนั้น หากดูปริมาตรน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30% ของปริมาตรน้ำใช้การ ในขณะนี้มีจำนวน 16 แห่ง ยกตัวอย่าง เช่น เขื่อนภูมิพลมีปริมาตรน้ำใช้การได้ที่ 29% เขื่อนสิริกิติ์ 19% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 26% เขื่อนจุฬาภรณ์ 13% เขื่อนอุบลรัตน์ 21% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 15% และเขื่อนขุนด่านปราการชล 17% ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า หากเราจะอยู่ในช่วงต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำในปีนี้ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีมากๆ ทั้งน้ำกินน้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร