หมู่บ้านแม่สาใหม่เดิมทีย้ายมาจากบ้านขมุก หรือแม่สาเก่า ซึ่งเมื่อก่อนเข้ามาอยู่ใหม่ๆ นั้นคือ กลุ่มแซ่เฒ่า โดยนายหว่าซี โอยประมาณ พ.ศ. 2484 และต่อมาจึงมีผู้อพยพเข้ามาทีละครอบครัวจึงมีอยู่ด้วยกันถึง 6 ตระกูล คือ แซ่เฒ่า แซ่ย่าง แซโซ้ง และแซ่ลี ซึ้งช่วงระหว่างนั้นทางราชการ ได้มีคำสั่งให้ย้ายไปอยู่ดอยปุยให้หมด เพราะที่ดอยปุยมีโรงเรียนและถนนให้ย้ายไปเพื่อบุตรหลานจะได้เข้าโรงเรียนระหวางที่หมู่บ้านแม่สาเก่ากำลังถูกอพยพมีกลุ่มแซ่โซ้งอพยพเข้ามาจากดอยสามหมื่นเข้ามากับกลุ่มที่ไม่ได้ย้าย และรู้จักกับกลุ่มแซ่เฒ่าเลยย้ายไปอยู่ในพื้นที่นา ของนายซงป่อ ที่ตั้งของหมู่บ้านแม่สาใหม่ในปัจจุบัน
บ้านแม่สาใหม่ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงตระหง่านในอำเภอแม่ริม เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่อพยพมาจาก 3 พื้นที่ คือ บ้านละอูบ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านวัดจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเริ่มแรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณสันดอยบ้านแม่สาเก่า (ปางขมุ) ก่อน แต่เนื่องจากสันดอยบ้านแม่สาเก่ามีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม จึงย้ายมาอยู่ที่บ้านแม่สาน้อยแทน ประชากรชาวม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประกอบด้วย ม้งน้ำเงิน (ม้งลาย) และม้งขาว ม้ง (Hmong) เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ส่วนแถบทางภาคเหนือของหลาย ๆ ประเทศในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คําว่า “เมี้ยว” ถูกพบในเอกสารที่มีความเก่าแก่ที่สุดของประเทศจีน ในยุคสมัยของจักรพรรดิชุน โดยเรียกกันว่า “เมี้ยว-หมิน” (Miao-min) แปลว่า ประชาชนม้ง “ยู-เมี้ยว” (Yu-Miao) แปลว่า ชาวม้ง และ “ชาน-เมี้ยว” (San-Miao) แปลว่า ม้งหลายกลุ่ม โดยจะตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตอนกลางของที่ราบลุ่ม “แยงซี” โดยบรรพบุรุษของชาวม้งในยุคแรกจะอาศัยอยู่ในประเทศพม่าก่อนที่จะ เดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งชาวม้งบางส่วนก็อพยพมาจากบริเวณชายแดนของพม่าเข้าสู่อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาก็กระจายตัวไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อตั้งถิ่นฐานทั้งบ้านป่าคา บ้านปางขมุ บ้านแม่สาเก่า ตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2480 แต่เนื่องจากมีชาวจีนฮ่ออาศัยอยู่ด้วยและเกิดการปราบปรามยาเสพติด (ฝิ่น) อย่างหนักจากรัฐบาลจึงย้ายที่อยู่อาศัยใหม่มารวมตัวกัน ที่บ้านปางขมุ (บ้านแม่สาเก่า) ในปี พ.ศ. 2508 ชาวบ้านได้ย้ายลงมาอาศัยอยู่รวมกันตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้านแม่สาใหม่ หมู่ที่6 จนมีประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อย จึงขอแยกเป็นหมู่บ้านแม่สาน้อย หมู่ที่10 อีกหนึ่งหมู่บ้าน
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านแม่แมะ หมู่ 9 ตำบลแม่แรม
ทิศตะวันออก ติอต่อกับ ตำบลแม่แรม
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลแม่ขนิ้ง อำเภอหางดง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านแม่สาน้อย หมู่ 10 ตำบลโป่งแยง
ลักษณะภูมิประเทศ
บ้านแม่สาใหม่ ลักษณะทางกายภาพของภูมิประเทศชุมชนเป็นบริเวณเขตที่ราบสูง อยู่ในระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ตั้งชุมชนตั้งอยู่บนพื้นที่ราบเชิงเขาถูกประกาสทับเป็นเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย มีภูเขาสลับซับซ้อนอยู่โดยรอบชุมชน และพื้นที่ป่าตามธรรมชาติโดยทั่วบริเวณสลับกับพื้นที่เกษตรกรรมที่ชาวบ้านจับจองเพื่อเพาะปลูกทางการเกษตร โดยสภาพป่าเป็นป่าที่ค่อนข้างมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 13,022 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 87.73 มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1,811 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.2 และเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและที่สาธารณะ จำนวน 120 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.8 ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.5-6.5 (pH) และมีลำห้วยที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมชนด้วย
บ้านแม่สาใหม่ ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพทั่วไปเป็นภูเขา บางส่วนเป็นที่ราบและที่ราบเชิงเขา และยังมีพื้นที่บางที่ถูกอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย ประกาศทับที่ชุมชน บ้านแม่สาใหม่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ มีสภาพอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ คือ ลิ้นจี่ พริกหวาน ดอกกุหลาบ และสตรอว์เบอร์รี ฯลฯ มีแหล่งน้ำที่สำคัญ คือ ลำน้ำแม่สาน้อย
บ้านแม่สาใหม่ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชุมชนชาวไทยภูเขากลุ่มชาติพันธุ์ม้ง โดยสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง รายงานจำนวนประชากรหมู่ที่ 6 บ้านแม่สาใหม่ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 1,079 คน โดยแยกเป็นประชากรชาย 567 คน ประชากรหญิง 512 คน จำนวนหลังคาเรือนทั้งสิ้น 184 หลังคาเรือน (ข้อมูลเดือนธันวาคม 2566)
ทั้งนี้ ด้วยนโยบายบางประการเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ของภาครัฐ ส่งผลให้ชาวม้งแม่สาใหม่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับชาวไทยพื้นราบมากที่สุด หนึ่งในวิธีการ คือ บางตระกูลได้มีการเปลี่ยนแซ่สกุลมาใช้นามสกุลที่ตั้งขึ้นใหม่ ได้แก่ แซ่โซ้ง เปลี่ยนมาใช้ ทรงกิตติกุล ภูสิริพัฒนานนท์ ถนอมวรกุล แซ่ย่าง เปลี่ยนมาใช้ เลิศชัยสหกุล เฟื่องฟูกิจการ ย่างอนันต์กุล แซ่เฒ่า เปลี่ยนมาใช้ ถนอมรุ่งเรือง ถนอมจิตดี และแซ่หาง เปลี่ยนมาใช้ รัตนดิลกกุล หาญศิริลักษณ์ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีชาวม้งบางส่วนในชุมชนที่ยังคงใช้แซ่สกุลดั้งเดิมอยู่
ด้านการศึกษา
จากการที่ชาวม้งบ้านแม่สาใหม่ต้องเผชิญกับความยากลําบากในอดีต จึงทำให้ไม่ค่อยมีฐานะและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเท่าใดนัก ส่งผลให้ในปัจจุบันชาวม้งที่เป็นผู้สูงอายุจึงไม่ได้รับการศึกษาที่สูงเหมือนเด็กรุ่นใหม่ แต่ภายหลังจากที่ได้มีการสร้างโรงเรียนขึ้นภายในหมู่บ้าน คือ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 7 ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ชาวบ้านหันมาให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูกหลานเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผู้ปกครองจะส่งลูกไปที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน จึงทำให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าชาวม้งในอดีต
องค์กรชุมชนและกลุ่มอาชีพ
ชาวม้งบ้านแม่สาใหม่ มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณชุมชนเพื่อแสวงหาพื้นที่ทำกินใหม่ และจับจองแผ้วถางป่าเพื่อทำเกษตรกรรม อาชีพด้านการทำเกษตรกรรมจึงเป็นอาชีพที่ชาวบ้านยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อเลี้ยงครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน โดยชาวบ้านจะนิยมปลูกพืชไร่ พืชล้มลุกต่าง ๆ สลับหมุนเวียนกันไปตามแต่ละฤดูกาล เช่น ปลูกยาสูบ ถั่วแดง ข้าวโพด ข้าว มันเทศ ในปี พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังหมู่บ้านแม่สาใหม่ ทรงมีความห่วงใยในการทำมาหากินและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน รวมไปถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ จึงมีพระราชดำริให้เจ้าหน้าที่เกษตรเข้ามาแนะนำการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ และต่อมาเกิดเป็นโครงการหลวงแม่สาใหม่ขึ้น ซึ่งมีการแนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่าง ๆ ส่งเสริมและให้ความรู้ในการเพาะปลูก ทำให้ชาวบ้านมีมีความรู้และผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่ออาชีพที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นลำดับ การเพาะปลูกของชาวบ้านมีความหลากหลายและเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น ข้าวโพด ลิ้นจี่ แคร์รอต กาแฟ ถั่ว ข้าวสาลี ลิ้นจี่ ฟักแม้ว นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีการทำปศุสัตว์โดยชาวบ้านจะนิยมเลี้ยง หมู วัว ไก่ ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนถูกผลักดันให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการทำเกษตรกรรม การเพาะปลูกพืชต่าง ๆ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม บ้านแม่สาใหม่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติไปในเวลาเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนจึงปรับพื้นที่ให้เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชมในพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน